Feeling

Feeling ตอนที่ 7 : ความทรงจำในอดีต

posted on 13 Jan 2011 22:52 by zmaster123  in Feeling  directory Fiction

Feeling ตอนที่ 7 : ความทรงจำในอดีต

     กริ๊ง!!!!!

     “ฮืม….” ผมงัวเงียขึ้นมามองนาฬิกาข้างๆเตียงพึ่ง 6 โมงเช้าเองหรือเนี่ย ขอนอนต่ออีกหน่อยดีกว่าเพราะวันนี้หยุดเพราะเมื่อคืนนอนดึกด้วย

.......................

     พอตื่นมาอีกทีก็ 11 โมงซะแล้ว

     “ฮ้าว! ไปอาบน้ำดีกว่า” ผมตะโกนบอกกับตัวเองเพื่อบังคับให้ความง่วงที่พยายาม ให้ผมนอนต่อให้หายไปซะ

     หลังจากผมอาบน้ำเสร็จผมก็เดินลงมาหาอะไรกินข้างล่าง เลยเดินไปร้านขาย ก๋วยเตี๋ยวของเจ้เล้ง

     “อ้าว! อาตี๋ ลื้อจะกินอะไร”

     “เอา………เส้นเล็กแห้งแล้วกันครับเจ้”

     “รอเดี๋ยวนะ” แล้วเจ้เล้งก็ไปลวกบะหมี่

     “อาศรีเอ๊ย อาศรี! ลือมาเอาก๋วยเตี๋ยวไปให้แขกที” เจ้เล้งเรียกลูกมือชื่อ ศรี ที่เมื่อกี่เห็นเดินไปหลังร้าน

     “ของผมหรือครับ เจ้เล้ง” ผมถามทั้งๆทีพึ่งสั่งไปไม่นาน

     “เปล่า ของอาหมวยโต๊ะ 8 โน้น” แล้วเจ้เล้งก็ชี้ไปยังโต๊ะไกลสุดโน้น

     ผมมองไปตามที่เจ้เล้งชี้ก็ เห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่

     “งั้นผมไปส่งให้เองครับเจ้” ผมอยากจะไปส่งให้ เพราะอะไรไม่รู้

     “ขอบใจมากอาตี๋เอ๊ย อาศรีอีก็ไม่รู้ไปไหนเฮ้อ!” เจ้แกบ่นไปและก็เริ่มทำชามของผม

     ผมถือก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่น้ำไปให้สาวที่นั่งอยู่ ซึ่งนั่งอ่านนิยายอย่างไม่วางตา

     “ใหญ่น้ำได้แล้วครับ”

     “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมเงยน้ำจากหนังสือที่อ่านอยู่

     “เอ๊ะ! นี้เอกใช่ไหม?” สาวที่นั่งรอก๋วยเตี๋ยวถาม

     ผมได้แต่อึ่ง เพราะว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้คือ ริน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนผมตอนมัธยม

     ริน เป็นเพื่อนหญิงที่สนิทมากที่สุดเลย เราอยู่ห้องเดียวกัน เธอเป็นคนที่ผมแอบรักเลยก็ว่าได้ละครับ แต่ผมก็ได้แต่แอบรักอยู่อย่างนั้นกระทั้งใกล้จบ มีอยู่วันหนึ่งเธอก็มาบอกว่าชวนไปเป็นเพื่อนหน่อย เพราะเธอบอกว่ามีคนนัดไปดูหนัง

     “แฟนหรอ” ผมถาม

     “ใช่! เราเจอกันที่ร้านหนังสือนะ” รินบอก

     “อืม…..แล้วทำไมถึงมาชวนเราละ น่าจะไปกัน 2 ต่อ 2 นะ” ผมถามแกมกังวล

     “ก็เราเพิ่งคบกันได้ไม่นานนะ เลยอยากให้เธอไปด้วยนะ…นะ” รินเริ่มจะใช้ลูกอ้อน

     “เอ้า! ก็ได้” ผมตอบไป เพราะอยากจะเจอเหมือนกัน

     แต่วันนั้นแฟนเธอก็ไม่ได้มา เราเลยกลับกันไปอย่างจ๋อยๆ”

......................

     “ใช่! เอกหรือเปล่า” รินถามอีกครั้งทำให้ถึงกับสะดุ้งในขณะที่กำลังนึกถึงความหลัง        

     “ใช่! ริน หรอเนี่ย” ผมถามกลับ

     “นี้ไม่ได้เจอตั้งนาน หันมาเป็นบ๋อยร้านก๋วยเตี๋ยวหรือไง” รินคงถามแกมหยอกมั้ง

     “ไม่ใช้นี้มาหาอะไรกิน เพราะวันนี้วันหยุดนะ แล้วนี้มาเที่ยวบางแสนหรอ”

     “ใช่ มากับเพื่อนๆของรินเอง”

     “แล้วนี้เพื่อนกลับไปแล้วหรือไง”ผมพูดพร้อมนั่งลงที่โต๊ะของริน

     “เปล่า! เพื่อนๆไปเดินแถวชายหาดกันนะ”

     “หรอ” ผมตอบ

     “แล้วนี้เรียนอยู่ที่นี้หรือเอก”

     “อืม..ใช่แล้วรินละ เรียนที่ไหน”

     “ก็เรียนที่มหาลัย กรุงเทพนั้นแหละ แล้วนี้ เอกเรียนเป็นไงบ้าง”

     “ก็ดีนะ เพราะที่ผ่านมาก็ได้เกรด A ไม่ก็ B มาตลอดเลย”

     “อืม……” ผมมองหน้า ริน รู้สึกเหมือนเธอดูเศร้าๆ ยังไงไม่รู้ เอ...หรือว่าคิดไปเอง

     “นี้ริน มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ผมถาม

     “ไม่หรอก…..ไม่มีอะไร”และรินก็กินต่อ

     "อ้าว! อาตี๋ ชามลื้อได้แล้ว" เจ้แกตะโกนบอก

     "ครับ"

      และผมก็ไปเอามานั่งกินกับรินเราก็คุยไปกินไป ได้ซักครู่

     “เออ.. เอกที่นี้มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง อยู่ที่นี้มา 2 ปีกว่าแล้วนี้”

     “อืม..เดี๋ยวนะขอคิดก่อน.........งั้นไปเที่ยวทะเลก่อนแล้วกัน ดีไหม”

     “ไม่เอาดีกว่า เพราะเพื่อนรินอยู่ที่นั้น ไม่อยากไปซ้ำนะ”

     “เอ้า! งั้นไปเขาสามมุกก็แล้วกัน ดีไหมละ”

     “อืม ก็ดี”

     ผมกับริน เลยนั่งรถสามล้อเล็กไปเที่ยวเล่นกัน ไปถึงก็ได้ไปไหว้เจ้าแม่เขาสามมุก ที่จริงวันนี้เป็นวันหยุด คนน่าจะเยอะ แต่แปลก คนกลับโหรงเหรงเลยเข้าไปไหว้ถึงศาล ได้ง่าย และเราสองคนก็ไปให้อาหารลิงรินเกือบโดนลิงกัดเพราะไปให้อาหารลิงโดย การปาใส่มันคงโกรธน่าดู

     จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่อ่างศิลา เพราะรินอยากได้ของที่ระลึก เลยไปซื้อแมวแกะ สลักตัวเล็กๆ ราคา 30 กว่าบาท และก็กลับมาที่ตลาดหนองมน ไปหาอะไรกินกัน ได้ข้าวหลามและ ขนมหม้อแกง มานั่งกินกันที่ร้านอาหารตามสั่งริมทะเล

     รินที่นั่งอยู่ข้างผมตรงนี้ก็ยังเหมือนรินคนเดิมที่มีความน่ารักแต่ต่างไปที่แววตาไม่สดใสดังเดิม ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม

     กินกันได้สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอรินมองที่เบอร์โทรเข้าก็ทำหน้าตาตกใจ และก็คุยกับคนในสาย

     “ฮัลโหล……เออ…….นี้มาหาอะไรกิน…..อืม……มากับเพื่อน…….เพื่อนเก่า……จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” และรินก็วางสายไป

     “ใครหรือริน” ผมถามดู

     “เพื่อนนะ โทรมาตามนะ”

     “หรองั้นเดี๋ยวรีบกับกันดีกว่าเดี๋ยวเพื่อนรอ”

     ผมก็เลยหาซื้อขนมไปเพื่อนกินที่หอพัก รินก็ซื้อไปฝากเพื่อน และรีบกลับไปที่หาดอีกครั้ง รินออกจะรีบร้อนมองหากลุ่มเพื่อนของเธอ มองไปมองมาก็เห็นกลุ่มเพื่อนยืนรอกันที่หน้าร้านขายโรตี รินเลยวิ่งไปหากลุ่มเพื่อน

     “ไปไหนมายัยริน รอเธออยู่คนเดียวเลยนะเนี่ย”

     “ไปเที่ยวมานะ อ้าวแล้ว เอ็มละไปไหน

     “ขอตัวรีบกลับก่อนนะ เห็นว่าเจ้าเอ๋ เรียกตัวกลับก่อน”

     “หรอ…..” แล้วรินก็ทำหน้าเศร้า

     “นี้ยัยริน ไปกับนายคนนี้มาหรอ” และก็มองมาทางผม

     “อืม…เพื่อนเก่านะ ชื่อเอก”

     “หวัดดีค่ะ” เพื่อนๆรินพูด

     “หวัดดีครับ” ผมตอบไปอย่างเก้ๆกังๆ เพราะปรกติเป็นคนเขินผู้หญิงได้ง่าย

     “นี้ เอก มาจีบรินหรือเปล่า” เพื่อนรินแซว

     “บ้า! นะยัยโอ๋”

     “เปล่าหรอกครับ” ผมตอบไปก็หน้าแดง

     “นี้ รินมีแฟนแล้วนะ เจ้าเอ็มไง” มิ้งบอก

     ผมได้แต่อึ้ง แล้วก็ได้แต่ตอบว่า “หรือครับ”

     “แต่ก็ดีนะ จะได้ให้รินเลิกกับเอ็มซะที เอ็มมันเจ้าชู้จะตายนะริน”

     “นี้อย่าไปว่า เอ็มเขาซิ เอ็มเขาไม่ได้เป็นยังงั้นหรอก” รินพยายามแย้ง

     “จะว่าไม่ใช้อีกหรอ นี้ยัยเอ๋ นะก็มาตอแยเอ็มอยู่ไม่ใช่หรอ”

     “พอได้แล้ว!” รินตะโกนแล้วก็วิ่งไปที่รถ

     “เฮ้อ! เจ้าโอ๋บอกแล้วว่าอย่าไปตอกย้ำมันไง” แววพูดห้าม

     “ทำไมหรือครับ เอ็มเป็นใครหรือครับ”

     “เอ็มเป็นหลานของเจ้าของบ้านเช่าแถวมหาลัย รวยมากเลยนะ แต่ก็มักจะเจ้าชู้ เนี่ย รินไม่รู้ร้องไห้ให้กับความเจ้าชู้ของเอ็มไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ยั้ยรินก็รักเอ็มมากเลย”

     “หรือครับ”

     แล้วเพื่อนรินก็ขอตัวกลับแล้ว ผมเลยมาส่งที่รถ ผมโบกมือลา แต่เมื่อมองไปใน รถ รินไม่ยอมโบกมือ ได้แต่หลบหน้าผม คงไม่อยากให้ผมเห็น น้ำตาละมั้ง คิดไปก็เศร้าใจแทน ระหว่างทางกลับมาที่หอพัก ผมก็แวะเข้าร้านหนงสือพี่สิน

     “อ้าว! เอก เป็นไงสบายดีไหม”

     “สบายดีครับพี่”

     “เออ..นี้เอกมีหนังสือเล่มใหม่มานะ อยากลองเอาไปอ่านไหม”

     “ไหนหรือครับพี่”

     ผมรับหนังสือมา เป็นเรื่องสั้นของคนแอบรักเขาข้างเดี๋ยว ซึ่งมันตรงใจผมพอดีเลยกับตอนนี้ ผมลองอ่านทีละหน้า

     “นี้ เอก” พี่สินทักผม

     “ครับ!!!” ผมตกใจกับที่พี่เรียก

     “เป็นอะไร เห็นอ่าน ค้างเลย สงสัยพึ่งเป็นทุกข์กับความรักมาหรือไง”

     “เปล่าหรอกพี่” ผมพยายามตอบเลี่ยง

     “ความรักนั้นนะ เอก บางทีมในก็มีสุขบ้าง และก็ทุกข์บ้าง บางทีการที่เรารักใครสักคนมันไม่จำเป็นหรอกที่เขาจะต้องรักเราตอบ เพียงแต่เรามีความรัก มันก็สุขใจพอแล้วกับการมีชีวิตในแต่ละวันนะ” พี่พูดไปก็จัดหนังสือไป

     “โห พี่คิดได้ไงเนี่ย”

     “พี่ไม่ได้คิดหรอก แอบอ่านจากหนังสือมาอีกทีนะ” แล้วพี่ก็หัวเราะเล็กๆ

     “งั้นผมไปแล้วพี่ครับ”

     “จ้า! มีความสุขกับวันหยุดนะ”

     ผมเดินออกมาจากร้านหนังสือของพี่รินแล้ว บางทีพี่รินอาจจะพูดถูก เพราะความรักย่อมไม่ได้หมายถึงความรักของคนสองคน แต่เป็นเพียงคนเดียวก็ได้

     ผมเดินกลับมาที่ห้อง นอนเล่นอยู่สักพัก ก็คิดว่าน่าจะกลับบ้านไป เพราะนี้อีกหลายวันกว่ามหาลัยจะเปิด ผมเลยรีบลงมาข้างล่าง โทรไปบอกพ่อแม่ก่อน แม่ดีใจมากที่ลูกชายจะกับบ้าน พอว่างหูเสร็จ โทรเสร็จ ก็รีบขึ้นมาจัดเก็บของที่จำเป็น ลงมาบอกเฮียสุชาติว่าจะไม่อยู่หลายวัน ฝากด้วยแล้วกัน แล้วว่าจะไปหารถทัวร์กลับบ้าน

 

***********************************************